สูตรเกาหลีต่างจากสูตรไทยยังไง
คำถามนี้ถูกถามบ่อยมากตอนเริ่มทำแบรนด์ และคำตอบไม่ได้อยู่ที่ส่วนผสมอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีคิดเรื่องการบำรุงที่ต่างกัน
ทาหนาหนึ่งชั้น กับ ทาบางหลายชั้น
สูตรไทยแบบดั้งเดิมมักออกแบบให้ทาชั้นเดียวแล้วจบ เนื้อจึงมักหนักกว่าและทิ้งฟิล์มบนผิวไว้เพื่อกันความชื้นระเหย เหมาะกับคนที่ต้องการความง่ายและเห็นผลเรื่องความชุ่มชื้นทันที ส่วนแนวเกาหลีออกแบบให้ทาหลายตัวต่อกันเป็นชั้นบาง ๆ แต่ละตัวจึงต้องเบาและซึมไวพอที่จะทาตัวถัดไปทับได้โดยไม่เป็นคราบ ความต่างนี้ส่งผลถึงการวางสินค้าด้วย เพราะแนวเกาหลีเหมาะกับการขายเป็นเซ็ตมากกว่าขายตัวเดียว
ความหนักของเนื้อ
สูตรไทยมักเนื้อหนักกว่าเพราะออกแบบให้ทาชั้นเดียวจบ ส่วนแนวเกาหลีต้องเบาพอที่จะทาทับกันได้
ความเร็วในการซึม
แนวเกาหลีต้องซึมไวเพราะมีตัวถัดไปรออยู่ ถ้าซึมช้าจะทาตัวต่อไปแล้วเป็นคราบขี้ไคล
จำนวนสินค้าในชุด
แนวเกาหลีวางเป็นชุดสามถึงสี่ตัวได้ตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าต่อการซื้อหนึ่งครั้งของแบรนด์
เลือกตามกลุ่มลูกค้า ไม่ใช่ตามกระแส
ลูกค้าที่ชอบความง่ายและทาตัวเดียวจบ จะไม่ชอบระบบหลายขั้น ควรเลือกแนวให้ตรงกับคนที่เราจะขายจริง
คำถามที่พบบ่อยเรื่องสูตรเกาหลีต่างจากสูตรไทยยังไง
ทำผสมสองแนวได้ไหม
ได้ และเป็นสิ่งที่หลายแบรนด์ทำ เช่น ใช้เนื้อเบาแบบเกาหลีแต่ทำเป็นตัวเดียวจบเพื่อให้เหมาะกับคนไทยที่ไม่อยากทาหลายขั้น
แนวไหนขายง่ายกว่ากัน
ขึ้นกับกลุ่มลูกค้า ไม่ใช่ขึ้นกับแนว แนวเกาหลีขายได้ดีกับกลุ่มที่ตามเทรนด์ความงามและยอมทาหลายขั้น ส่วนแนวทาตัวเดียวจบขายง่ายกว่ากับกลุ่มที่เน้นความสะดวก
ครีมสูตรเกาหลี
สนใจสูตรเกาหลีต่างจากสูตรไทยยังไง ส่งรูปมาให้ดูได้เลย
บอกชนิดเนื้อสินค้า บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ และจำนวนที่ต้องการ เราตอบกลับพร้อมแนวทางทำงานให้